วิธีการประหยัดพลังงานไฟฟ้า และเทคนิคต่างๆในการประหยัดพลังงานไฟฟ้า

        ปัจจุบันความต้องการใช้ไฟฟ้ามีมากขึ้น ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติมี่มีจำกัดและไม่สามารถทดแทนได้ ลดลงอย่างรวดเร็ว เช่น น้ำ ถ่านหินและก๊าซธรรมชาติที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงต้มน้ำให้เกิดพลังงานไดน้ำไปหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและการเผาไหม้เชื้อเพลิงเหล่า

นี้มากๆ อาจก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจกหรือมลพิษในอากาศอีกด้วยส่วนไฟฟ้าที่ได้จากพลังน้ำไปหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้ามักจะเกิดปัญหาเนื่องจากการสร้างเขื่อนเพื่อกักเก็บน้ำทำให้ต้องเสียพื้นที่ป่าไม้บางส่วนซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตต่างๆวิธีที่ดีที่สุดคือการประหยัดไฟฟ้าและใช้เท่าที่จำเป็น นอกจากจะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายแล้งยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

วิธีการประหยัดไฟฟ้ามีหลายวิธี

1.  ใช้ไฟฟ้าเท่าที่จำเป็นและปิดทันที่เมื่อเลิกใช้

2.  เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าให้มีขนาดเหมาะกับความต้องการใช้โดยสังเกตจากตัวเลขแสดงจำนวนวัตต์ ( w )

3.  อย่าเปิดตู้เย็นทิ้งไว้หรือเปิดปิดบ่อย ๆ และไม่ควรแช่ของมากจนแน่น

4.  เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5

5.  เลือกหลอดไฟฟ้าแบบประหยัดไฟ เช่น ใช้หลอดผอม หรือหลอดตะเกียบ แทนหลอดไส้

6.  ควรรีดผ้าที่ละมากๆ ไม่ควรพรมน้ำมากเกินไป และควรดึงปลั๊กออกก่อนรีดเสร็จ 3 – 5 นาที

วิธีใช้ไฟฟ้าให้ประหยัด

ทีวี วิทยุ

- ปิดเครื่องทุกครั้งเมื่อไม่มีคนดู
- ควรถอดปลั๊กให้เรียบร้อยหลังจากใช้งาน โดยเฉพาะโทรทัศน์ไม่ควรปิดด้วยรีโมทคอนโทรเท่านั้น

- เพราะการปิดเครื่องด้วยรีโมทนั้น กระแสไฟฟ้ายังคงไหลอยู่ตลอดเวลา

โคมไฟ

- ควรถอดปลั๊กเมื่อไม่ใช้เป็นเวลานาน
- ควรเลือกใช้ โคมไฟแบบสะท้อนแสง แทนแบบเดิมที่ใช้พลาสติกปิด เพราะจะทำให้ได้แสงสว่างมากขึ้น
- ควรใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์ หรือหลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์ แทนหลอดไส้ เพราะจะประหยัด

เตารีด

- ตั้งปุ่มปรับความร้อนไห้เหมาะสมกับชนิดของผ้า
- อย่าพรมน้ำจนเปียกแฉะ
- ดึงเต้าเสียบออกก่อนรีดเสร็จประมาณ 2- 3 นาที แล้วรีดต่อไปจนเสร็จ
- ควรรีดผ้าคราวละมากๆ ติดต่อกันจนสร็จ
- ควรรีดผ้าบางๆ ก่อน ขณะเตารีดยังไม่ร้อน
- ถอดปลั๊กเมื่อเลิกใช้งาน

พัดลม

- เปิดระดับความเร็วของพัดลมพอสมควร
- ในกรณีที่ไม่จำเป็นต้องเปิดพัดลม อาจจะเปิดหน้าต่างใช้ลมธรรมชาติแทนถ้าทำได้

เครื่องดูดฝุ่น

- เครื่องดูดฝุ่นไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน(หลายชั่วโมง)เพราะเครื่องจะร้อน อาจเกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจร

- และเกิดการลุกไหม้ขึ้นได้
- หมั่นเทฝุ่นในถุงกรองทิ้งทุกครั้งที่ใช้เสร็จแล้ว เพราะจะช่วยให้เครื่องทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและไม่เปลืองไฟ

ตู้เย็น ตู้แช่

- เลือกขนาดให้พอเหมาะกับความต้องการของครอบครัว
- ควรเลือกตู้เย็นแบบประตูเดียว เพราะกินไฟน้อยกว่าแบบสองประตู
- ควรวางตู้เย็นให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก
- ตั้งสวิตช์ควบคุมอุณหภูมิไห้เหมาะกับจำนวนของที่ใส่
- อย่าเปิดตู้เย็นทิ้งไว้นานๆ และอย่านำของร้อนมาแช่
- หมั่นละลายน้ำแข็งเมื่อเห็นว่าน้ำแข็งเกาะหนามาก

หม้อหุงฟ้า

- ควรหุงข้าวให้พอดีกับจำนวนผู้รับประทาน
- ควรดึงเต้าเสียบออกเมื่อข้าวสุกแล้ว
- อย่าทำให้ก้นหม้อเกิดรอยบุบ จะทำให้ข้าวสกช้า
- หมั่นตรวจบริเวณแท่นความร้อนในหม้อ อย่าทำให้เม็ดข้าวเกาะติด จะทำให้ความสุกช้าและเปลืองไฟ
- ใช้ขนาดที่เหมาะสมกับจำนวนสมาชิกในครอบครัว

เตาอบ เตาไฟฟ้า

- ควรเตรียมเครื่องปรุงในการประกอบอาหารไห้พร้อมก่อนใช้เตา
- ควรใช้ภาชนะหุงต้มก้นแบน และเป็นโลหะจะทำให้รับความร้อนจากเตาได้ดี
- ในการหุงต้มอาหาร ควรใส่น้ำให้พอดีกับจำนวนอาหาร
- ในระหว่างอบอาหารอย่าเปิดตู้อบบ่อยๆ
- ถอดเต้าเสียบ ทันทีเมื่อปรุงอาหารเสร็จเรียบร้อย ควรหรี่ไฟและปิดฝาหม้อในกรณีที่ต้องการเคี่ยวให้น้ำข้นขึ้น

เครื่องซักผ้า

- จำนวนที่จะใส่ในเครื่อง ควรใส่แต่พอเหมาะ ไม่น้อยเกินไป และไม่มากจนเกินกำลังของเครื่อง
- โดยปกติแล้วควรใช้น้ำเย็นในการซักผ้า ส่วนน้ำร้อนไห้ใช้เฉพาะกรณีที่เสื้อผ้ามีรอยเปื้อนไขมันมาก
- ควรตั้งโปรแกรมซักตามชนิดของผ้า และตามดำแนะนำของเครื่อง

 เครื่องทำน้ำอุ่น

- ควรปรับระดับความร้อนของน้ำให้เหมาะสมกับร่างกาย
- หากมีรอยรั่วควรรีบทำการแก้ไขทันที
- ปิดสวิตช์ไฟฟ้าของเครื่องทำน้ำอุ่นเมื่อไม่ใช้
- ต่อสายลงดินในจุดที่จัดไว้ให้ของเครื่องทำน้ำอุ่นเพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วไหล
- ต้องติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่วสำหรับเครื่องทำน้ำอุ่น

เครื่องปรับอากาศ
- ปิดเครื่องทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้งาน
- ปิดประตูหน้าต่างให้สนิทและติดตั้งผ้าม่านเพื่อป้องกันความร้อนจากภายนอก
- อุณหภูมิที่เหมาะสมและไม่กินไฟ ควรอยุ่ที่ประมาณ 25 องศา
- ควรเลือกขนาดของเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมกับขนาดของห้องที่จะติดตั้ง
- ควรติดตั้งเครื่องให้อยู่ในระดับที่สูงพอเหมาะและให้อากาศร้อนระบายด้านหลังของเครื่องได้สะดวก
- ควรบำรุงรักษาเครื่องให้มีสภาพตลอดเวลา ควรหมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศและแผงระบายความร้อน

เทคนิคการใช้ไฟฟ้า

เทคนิคการประหยัดไฟฟ้าแสงสว่างให้ได้ผล

•  ปิดสวิตซ ์เมื่อไม่ใช้งานเมื่อไรก็ตามที่ออกจากห้องต้องแน่ใจว่าดับไฟเรียบร้อยแล้ว ถึงแม้ว่าจะเป็นเวลาสั้นๆก็ตาม
- เปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟ เมื่อต้องการจะเปลี่ยนหลอดไฟใหม่

•  ควรใช้หลอดผอมหรือหลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์
- ใช้แสงสว่างเท่าที่จำเป ควรใช้หลอดไฟที่มีจำนวนวัตต์น้อยๆก่อนเพื่อดูว่าแสงสว่างนั้นเพียงพอหรือไม่

•  โดยการให้ทดลองใช้ วิธีนี้สำหรับทางเดินในบ้าน ชั้นล่างตึก ห้องที่ไม่ต้องใช้สายตามากนัก

•  หรือในกรณีที่จำเป็นเปิดไฟในบ้านหรือห้องนอนไว้ทั้งคืนควร

•  ใช้หลอดไฟวัตต์ต่ำๆที่มีขาเสียบเป็นชุดสำเร็จรูป ซึ่งเสียบเข้ากับเต้ารับเปิดแทนหลอดไฟเดิมจะทำให้ประหยัดค่าไฟฟ้าได้มากขึ้น
- ใช้โคมไฟตั้งโต๊ะในจุดที่ต้องการใช้แสงสว่างเฉพาะแห่ง เช่น อ่านหนังสือ

•  เย็บปักถักร้อยจะประหยัดกว่าการต้องเปิดไฟทั้งห้องทั้งๆที่ต้องการใช้แสงสว่างเพียงจุดเดียว
- การเลือกใช้โคมไฟฟ้าประสิทธิภาพส เป็่นทางเลือกหนึ่งที่ควรคำนึงถึงเพราะอาคารสำนักงาน

•  หรือบ้านที่อยู่อาศัยที่ยังใช้โคมไฟชนิดที่มีประสิทธิภาพต่ำ สะท้อนแสงได้น้อยต้องใช้หลอดไฟตั้งแต่ 2-3 หลอด ถ้าเปลี่ยนมาใช้โคมไฟชนิดที่มีประสิทธิภาพสูง

•  ซึ่งมีแผ่นสะท้อนแสง ทำด้วยอลูมิเนียมขัดเงาหรือเคลือบโลหะเงินเข้าไปในหลอดไฟจะสามารถลดจำนวนหลอดไฟลดลงได้จากเดิม 2 หลอด เหลือเพียง 1 หลอด

•  และจากเดิม 3 หลอด เหลือเพียง 2 หลอด โดยแสงสว่างจะยังคงเท่าเดิมจึงช่วยประหยัดไฟฟ้าได้อีกทางหนึ่ง
- สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยคือ ความสะอาดหลอดไฟ

•  และโคมไฟอยุ่เสมอเพราะฝุ่นละอองที่เกาะหลอดไฟจะทำให้แสงสว่างลดน้อยลง ซึ่งอาจเป็นเหตุให้ต้องปิดไฟหลายๆดวงเพื่อให้แสงสว่างเท่าเดิม
- หลีกเลี่ยงการทาสีผนังและเพดานห้องด้วยสีทึบแสง เนื่องจากสีผนังและเพดานห้องที่ทาด้วยสีอ่อนจะช่วยสะท้อนแสง และจะช่วยลดจำนวนหลอดไฟลงได้

 

อุปกรณ์ไฟฟ้าในสำนักงาน

ปัจจุบันมี อุปกรณ์สำนักงาน หลายประเภทที่ช่วยอำนวยความสะดวก
และเพิ่มประสิทธภาพให้กับการทำงานในสำนักงานต่าง ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ , เครื่องพิมพ์ผล ,
เครื่องถ่ายเอกสารและเครื่องโทรสาร เป็นต้น
การทำงานของอุปกรณ์สำนักงานเหล่านี้ เมื่อมีการใช้งานจะมีช่วงเวลาในการอุ่นเครื่อง
หรือบางครั้งจะอยู่ในสภาวะรอทำงาน ซึ่งล้วนแต่เป็นช่วงที่สูญเสียพลังงานโดยไม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์นอกจากนี้ช่วงที่อุปกรณ์เหล่านี้ถูกเปิดใช้งาน จะมีการระบายความร้อนออกสู่ภายนอก
ทำให้อุณหภูมิในห้องเพิ่มขึ้น หรือเป็นผลให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักสิ้นเปลือกไฟฟ้ามากขึ้นด้วย ดังนั้น เจ้าของสำนักงานและผู้ใช้อุปกรณ์ในสำนักงานจึงควรร่วมมือกันใช้งานอย่างถูกต้องเพื่อช่วยการประหยัดพลังงาน และช่วยลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้กับสำนักงานได้
1. ชนิดและประเภทของอุปกรณ์สำนักงาน
1.1 คอมพิวเตอร์ ( ์ Computer)
เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดพิมพ์ข้อมูล การวิเคราะห์และ
ประมวลผลข้อมูล ในเวลาอันรวดเร็วถูกต้องและแม่นยำ และยังเป็นอุปกรณ์ที่ช่วย
ในการค้นคว้าหาข้อมูล ติดต่อสื่อสารกับแหล่งข้อมูลทั่วทุกมุมโลก เราสามารถแบ่ง
คอมพิวเตอร์ออกเป็น 2 ส่วน คือ ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ และ จอภาพ

การใช้พลังงานของคอมพิวเตอร์ขึ้นอยู่กับชนิดของตัวเครื่องคอมพิวเตอร์
ขนาดและความละเอียด การแสดงผลของจอภาพเป็นสำคัญ กล่าวคือ
-
คอมพิวเตอร์ชนิดตั้งโต๊ะ (Desktop) ที่มีจอภาพ 14 นิ้ว ซึ่งใช้กันมากในสำนักงานทั่วไป
จะใช้กำลังไฟฟ้า 100 วัตต์ ส่วนคอมพิวเตอร์ชนิดกระเป๋าหิ้ว (Note BooK)
จะใช้กำลังไฟฟ้า 20 วัตต์
- จอภาพสี (Colour) ใช้พลังงานไฟฟ้าสูงกว่าจอภาพขาวดำ
(Monochrome)
-
จอภาพที่มีขนาดใหญ่ ใช้กำลังไฟฟ้ามากกว่าจอภาพที่มีขนาดเล็กกว่า เช่น
จอภาพขนาด 17 นิ้ว ใช้กำลังไฟฟ้ามากกว่าจอภาพขนาด 14 นิ้ว
- จอภาพที่มีความละเอียดในการแสดงผลสูง ใช้กำลังไฟฟ้ามากกว่าจอภาพที่มีความละเอียด
ในการแสดงผลต่ำกว่า เช่น จอภาพ Super Vidio Graphics Array (SVGA) ใช้กำลังไฟฟ้า
มากกว่าจอภาพ Video Graphics Array (VGA)

ชนิด

กำลังไฟฟ้าขณะที่ใช้งาน (วัตต์)

คอมพิวเตอร์ชนิดตั้งโต๊ะ จอภาพสี SVGA 17 นิ้ว

120

คอมพิวเตอร์ชนิดตั้งโต๊ะ จอภาพสี SVGA 14 นิ้ว

100

คอมพิวเตอร์ชนิดตั้งโต๊ะ จอภาพสี VGA 14 นิ้ว

85

คอมพิวเตอร์ชนิดกระเป๋าหิ้ว

20


- ควรคำนึงถึงการประหยัดพลังงานไฟฟ้า ทั้งนี้เนื่องจากเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงเร็วมากหรือเกิดการหล้าสมัยเร็ว ดังนั้นจึงควรพิจารณาคุณสมบัติของเครื่องคอมพิวเตอร์ คือ ให้ใช้ตรงกับงานที่เราต้องการ
- ซื้อคอมพิวเตอร์ที่มีระบบประหยัดพลังงาน (Energy Management) เช่น คอมพิวเตอร์ที่
มีสัญลักษณ์ Energy Star คอมพิวเตอร์ชนิดนี้จะใช้กำลังไฟฟ้าเท่ากับคอมพิวเตอร์ทั่วไปในขะที่ใช้งาน (Active) แต่จะใช้กำลังไฟฟ้าลดลงร้อยละ 55 ในขณะที่รอทำงาน หรือไม่ได้ใช้งานในระยะเวลาที่กำหนด
(Idle)
กำลังไฟฟ้าที่ใช้ขณะรอทำงาน

ลักษณะของคอมพิวเตอร์

คอมพิวเตอร์ Energy Star

คอมพิวเตอร์ทั่วไป

จอภาพ

ไม่เกิน 15 วัตต์

60 วัตต์

ตัวเครื่อง

ไม่เกิน 30 วัตต์

40 วัตต์

รวม

ไม่เกิน 45 วัตต์

100 วัตต์

 1.2 การเลือกซื้ออย่างถูกต้อง

- ถ้าตัวเครื่องคอมพิวเตอร์กับจอภาพคอมพิวเตอร์ไม่ได้มาจากผู้ผลิตรายเดียวกัน ควรตรวจสอบดูว่าตัวเครื่องคอมพิวเตอร์มีระบบ
ประหยัดพลังงานหรือไม่
และถ้ามีก็ควรตรวจสอบว่าสามารถทำงานกับจอภาพ Energy Star ได้หรือไม่เพราะจอภาพ Energy Star โดยทั่วไปจะประหยัดพลังงานได้ต่อเมื่อได้รับการสั่งงานจาตัวเครื่องคอมพิวเตอร์
- ถ้าต้องใช้คอมพิวเตอร์ทั้งที่ทำงานและนอกสถานที่ทำงานและนอกสถานที่ ควรเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ชนิดกระเป๋าหิ้ว ( ์ Note Book) เพราะนอกจากจะช่วยให้ประหยัดพลังงานแล้ว ยังประหยัดพื้นที่ของโต๊ะทำงานไม่มีเสียงรบกวนจากพัดลมระบายอากาศที่มักติดตั้งในตัวเหมือน

เครื่องคอมพิวเตอร์ชนิดตั้งโต๊ะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการติดตั้งแหล่งจ่ายไฟสำรอง เนื่องจากคอมพิวเตอร์ชนิดกระเป๋าหิ้วที่มีแบตเตอรี่ ( ฺ Battery) ในตัวซึ่งสามารถบรรจุไฟใหม่ได้
- ควรซื้อจอภาพที่ขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป เช่น จอภาพขนาด 14 นิ้ว ใช้พลังงานน้อยกว่าจอภาพขนาด 17 นิ้วถึงร้อยรละ 25
1.3 การใช้อย่างฉลาด
- ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ควรตรวจสอบดูว่า ระบบประหยัดพลังงานในคอมพิวเตอร์
ถูกสั่งให้ทำงานแล้วหรือไม่
ถึงแม้ว่าระบบประหยัดพลังงานมักจะถูกตั้งให้ทำงานจากผู้ผลิตแล้วก็ตามแต่มีบางรุ่นที่ระบบประหยัดพลังงานไม่ได้ถูกสั่งให้ทำงาน ดังนั้นผู้ใช้จึงควรตรวจสอบหรือสั่งให้ระบบนี้ทำงาน
วิธีการสั่งให้ระบบประหยัดพลังงานทำงานบนโปรแกรม Windows 98
ขั้นที่ 1 ดับเบิ้ลคลิกที่ สัญลักษณ์ หรือไอคอน
(ICON) Control Panel
ขั้นที่ 2 ดับเบิ้ลคลิกที่ สัญลักษณ์ หรือไอคอน
(ICON) Display
ขั้นที่ 3 คลิกที่ แท็บ (Tab) Screen Saver และคลิกที่ปุ่ม Setting ในกรอบ
"Energy Saving Features of Monitor"
ขั้นที่ 4 คลิกที่ปุ่ม "OK" เมื่อเลือกเวลาหน่วงที่ต้องการตั้งแล้ว
ลักษณะของหน้าจอก่อนที่จะเข้าไปตั้งระบบประหยัดพลังงานของจอภาพ Energy Star บนโปรแกรม Window 98,Me,200,X

 

 

 

 หมายเลข ผู้ผลิตแล้ว
- เครื่องชนิดพ่นหมึกจะใช้กำลังไฟฟ้าขณะรอต่ำ ให้คุณภาพดี
- ใช้เครื่องระบบเครือข่าย ( Network Printer) ติดตั้งใช้วานสำหรับผู้ใช้หลายคน เพื่อลดกำลังไฟฟ้าขณะรอทำงานโดยรวมแทนการใช้หลายเครื่อง เพราะเครื่องพิมพ์ผลมักจะถูกเปิดทิ้งไว้โดยไม่ใช้งาน
2.2 การใช้อย่างฉลาด
- ปิดเครื่องพิมพ์ผลเมื่อไม่ใช้งาน
- ควรตรวจทานข้อความบนจอภาพโดยใช้คำสั่ง
Print Preview ก่อนพิมพ์
3.
ใช้กระดาษใช้แล้ว 1 หน้า (Reused paper) สำหรับพิมพ์เอกสารที่ไม่สำคัญหรือเพื่อตรวจทานความถูกต้องของข้อความ และเลือกชนิดของการพิมพ์ ( Mode ) ประหยัด (Economy Fast) เพื่อเป็นการประหยัดหมึกพิมพ์
- ใช้ Electronic (Mail E - Mail) โดยไม่จำเป็นต้องพิมพ์ออกเป็นเอกสาร
3. โทรศัพท์ ( Telephone)
ถึงแม้ว่า"โทรศัพท์" เป็นอุปกรณ์สำนักงานที่แทบจะไม่มีการใช้พลังงานโดยตรง แต่การใช้โทรศัพท์อย่างเหมาะสม
จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยลดการใช้พลังงานทางอ้อมได้มาก
3.1 ใช้โทรศัพท์ในการสื่อสารแทนการเดินทาง เพื่อลดการใช้น้ำมัน
ด้วยการโทรศัพท์นัดให้แน่นอนก่อนเดินทาง
เพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไปถึงที่นัดหมายแล้วไม่พบผู้ติดต่อ
3.2 ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ให้ถูกต้องก่อนติดต่อ
3.3 เตรียมข้อมูลในการสนทนาให้พร้อมเพื่อลดเวลาในการใช้โทรศัพท์
3.4 หากใช้โทรศัพท์แบบบันทึกหน่วยความจำ (Memory Program) ซึ่งโทรศัพท์ประเภทนี้ต้องใช้ถ่านไฟฉายในการเก็บข้อมูล
ควรเลือกใช้ถ่านไฟฉายชนิดที่สามารถบรรจุไฟได้ใหม่ (Rechargeable Battery) ซึ่งถ่านไฟฉายชนิดนี้ เมื่อหมดอายุหรือมีกำลังอ่อนลงแล้ว
สามารถนำไปใส่เครื่องบรรจุถ่านไฟฉายแล้วใช้ไฟฟ้าในการบรรจุให้ถ่านไฟฉายใช้ได้ใหม่ซ้ำอีกหลายๆ ครั้ง เพื่อลดปริมาณการใช้ถ่านไฟฉาย
ชนิดที่ใช้หมดแล้วทิ้งซึ่งเป็นขยะอันตราย
3.5 หากโทรศัพท์ทางไกลควรใช้ระบบ Y-Tel ( กด 1234 ก่อนแล้วตามด้วยรหัสพื้นที่ และหมายเลขโทรศัพท์ที่ต้องการติดต่อ) ซึ่งอัตราค่าบริการจะถูกกว่า

 4. เครื่องโทรสาร ( Facsimile Machine)
" เครื่องโทรสาร" เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการรับส่งข้อมูลจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่งการใช้พลังงานขึ้นอยู่กับชนิดของเครื่องโทรสารนั้นๆ กล่าวคือ
เครื่องโทรสารชนิดเลเซอร์ ใช้กระดาษธรรมดา (Plain Paper) ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้น ใช้กำลังไฟฟ้าสูงขณะรอทำงาน 60-70 วัตต์
เครื่องโทรสารชนิดหมึกพ่น ใช้กระดาษธรรมดา
เครื่องโทรสารชนิดที่ใช้กระดาษไวต่อความร้อน (Thermal Paper) ใช้กำลังไฟฟ้าขณะรอทำงาน 10-20 วัตต์
4.1
การเลือกซึ้ออย่างถูกต้อง
-
เนื่องจากเครื่องโทรสารมักจะถูกเปิดทิ้งไว้ 24 ชั่วโมงต่อวัน จึงควรเลือกซื้อชนิดเลเซอร์ Energy Star ซึ่งมีคุณสมบัติเช่นเดียวกันกับเครื่องพิมพ์ผลเลเซอร์
Energy Star หากต้องการพิมพ์ความเร็วสูงและคุณภาพงานพิมพ์ที่ดี
- เลือกซื้อชนิดพ่นหมึกซึ่งใช้กระดาษธรรมดาแทนชนิดที่ใช้กระดาษไวต่อความร้อน
ซึ่งโดยมากจะมีลักษณะคล้ายม้วนกระดาษ เพราะข้อมูลบนกระดาษไวต่อความร้อนจะจางหายไป
เมื่อทิ้งไว้สักระยะหนึ่งทำให้ต้องนำเอกสารที่ได้ไปถ่ายสำเนาเก็บไว้ จึงเป็นการสิ้นเปลืองกระดาษ
และพลังงานที่ใช้ในการถ่ายเอกสาร ควรจะเลือกซึ้อให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานประจำ
4.2 การใช้อย่างฉลาด
- ถ้าเป็นเครื่องโทรสารชนิดเลเซอร์และชนิดพ่นหมึก ควรนำกระกาษใช้แล้ว 1 หน้า ( Rersed Paper ) มาใช้กับเครื่องเพื่อลดปริมาณการใช้กระดาษ
- ใช้ Electronic Mail (E-Mail) ซึ่งสามารถส่งข้อมูลในรูป File ทั้งชนิดเวิร์ดโปรเซสซิ่ง (Word Processing) สเปรดชีต
(Spread Sheet) และรูปภาพ (Grapheic) เป็นต้น แทนการพิมพ์ออกมาเป็นเอกสาร
5. เครื่องถ่ายเอกสาร (Copying Machine)
" เครื่องถ่ายเอกสาร"
เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำสำเนาเอกสาร และจำเป็นสำหรับสำนักงาน ส่วนใหญ่มีราคาสูงมาก
ดังนั้นการเลือกใช้อุปกรณ์ชนิดนี้จึงมี 2 วิธีคือ วิธีเช่า และวิธีซื้อขาด นอกจากนี้เครื่องถ่ายเอกสารมักจะเสื่อมสภาพเร็ว
ล้าสมัยเร็ว และมีรุ่นใหม่ๆ ที่ทันสมัยออกสู่ตลาดอยู่เสมอดังนั้นผู้ใช้ประเภทเช่าเครื่องจึงสามารถเปลี่ยนเครื่องที่ทันสมัยกว่ามาใช้
หลังจากหมดสัญญาได้ และผู้ใช้สบายใจได้ว่าเครื่องถ่ายเอกสารจะได้รับการดูแลบำรุงรัาษาอย่างสม่ำเสมอจากผู้ให้เช่า
เนื่องจากผู้ให้เช่ายังเป็นเจ้าของเครื่องอยู่
เครื่องถ่ายเอกสารเป็นอุปกรณ์สำนักงานที่ใช้พลังงานสูงที่สุดในบรรดาอุปกรณ์สำนักงานที่กล่าวมาแล้ว

  การใช้พลังงานของเครื่องถ่ายเอกสารขึ้นอยู่กับความเร็วของเครื่องถ่ายเอกสาร ปริมาณงานและจำนวนเอกสารต่องาน กำลังไฟฟ้าของเครื่องถ่ายเอกสารโดยทั่วไปขณะรอทำงานประมาณ 150-200 วัตต์

5.1 การเลือกซึ้ออย่างถูกต้อง
-
เลือกซึ้อหรือเช่าเครื่องถ่ายเอกสารที่มีระบบถ่ายได้ 2 หน้า ( ถ่ายได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง)
- เลือกซึ้อหรือเช่าเครืองถ่ายเอกสารที่มีระบบประหยัดพลังงาน หรือเครื่องถ่ายเอกสาร Energy Star จะประหยัดพลังงานในขณะรอทำงาน
5.2 การใช้อย่างฉลาด
- สั่งระบบประหยัดพลังงานให้ทำงาน
ควรตั้งเวลาหน่วง 30 นาทีก่อนเข้าสู่ระบบ
ประหยัดพลังงานทั้งนี้เครื่องถ่ายเอกสารต้องใช้เวลาในการอุ่นเครื่อง 1-2 นาที
ก่อนจะกลับสู่สภาวะใช้งานอีกครั้ง ซึ่งถ้าตั้งเวลาหน่วงน้อยไปเมื่อจะใช้เครื่องอีก
จะต้องเสียเวลารออุ่นเครื่องบ่อย อาจจะทำให้ผู้ใช้รู้สึกรำคาญในการรอถ่ายเอกสาร
-
เปิดเครื่องถ่ายเอกสารหลังเลิกงาน และถอดปลั๊กออกด้วย
เนื่องจากถ้ายังเสียบปลั๊กอยู่เครื่องถ่ายเอกสารจะใช้กำลังไฟฟ้าใสการอุ่นเครื่องถึง 10-15 วัตต์
- ใช้ระบบถ่าย 2 หน้าจะช่วยลดการใช้กระดาษ ( ถ่ายได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง)
- ใช้กระดาษที่ใช้แล้ว 1 หน้า ( Reused Paper ) โดยเป็นกระดาษที่ยังอยู่ในสภาพใช้งานได้

 กิจกรรมหารสองคืออะไร

การประหยัดพลังงานที่ถูกต้องนั้น ต้องไม่ลดความสะดวกสบายและคุณภาพชีวิต คนทั่วไปมักเข้าใจผิดว่าหารสอง คือการลดความสะดวกสบายลงครึ่งหนึ่ง แต่ที่แท้จริงกิจกรรมที่เรียกว่า "หารสอง"ที่ถูกต้อง คือ การลดการใช้อย่างฟุ่มเฟือยการ ใช้อย่างไม่รุ้คุณค่าออกไปคริ่งหรือเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้พลังงานที่ไม่ถูกต้องออกจากชีวิตประจำวัน บ้านควรมีการ ออกแบบให้โปร่งเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกผนังบ้านด้านทิศตะวันตกปลูกต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาดี เช่น ต้นมะม่วง เพื่อช่วยบังแสงอาทิตย์ตอนบ่าย ทำให้ผนังบ้านไม่ร้อนเกินไป ใช้ฝาผนังที่ทำจากวัสดุที่เป็นฉนวนกันความร้อน ซึ่งจะช่วยลดความร้อนให้กับตัวบ้านเย็นขึ้น โคมไฟฟ้าที่ประตูและกำแพงของบ้านเปลี่ยนเป็นหลอดตะเกียบแทนหลอดไส้ สมาชิกในครอบครัวจะมานั่งเล่นเพื่อพูดคุยและดูโทรทัศน์หรือดูข่าวพร้อมกัน เมื่อเลิกชมโทรทัศน์แล้วให้ปิดโดยถอดสวิตซ์ปลั๊กไ ฟออกทุกครั้ง เพราะสามารถประหยัดและปลอดภัยกว่า แต่ถ้าปิดโทรทัศน์ด้วยรีโมทคอนโทรล โทรทัศน์จะยังมีไฟฟ้าเลี้ยงวงจรอิเล็กทรอนิกส์อยู่ภายในทำให้สิ้นเปลือง เครื่องปรับอากาศแบบเก่า แต่ใช้พลังงานน้อยกว่าร้อยละ 30 
      

       ก่อนที่จะติดเครื่องปรับอากาศ ควรศึกษาวิธีลดค่าไฟฟ้าของเครื่องไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศโดยเฉพาะอย่างยิ่งผนังทางด้านทิศใต้ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ หรือทิศตะวันออกเฉียงใด้ก็ควรมีฉนวนกันความร้อนด้วยเช่นกัน ก่อนเปิดเครื่องปรับอากาศ ควรเปิดหน้าต่างและประตห้องเพื่อระบายอากาศไล่อากาศอับออกไปและให้อากาศบริสุทธิ์จากภายนอกเข้ามาแทนที่ประมาณ 15 นาทีก่อน จึงค่อยปิดประตูและหน้าต่างแล้วค่อยเปิดเครื่องปรับอากาศ จึงมีสุขภาพอนามัยดีและแข็งแรง แรงอยู่เสมอ ควรหมั่นดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เป็นประจำเท่าที่ทำได้ เพราะจะช่วยให้อายุการใช้งานของเครื่องนานขึ้น

หลักการเลือกซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า

การเลือกซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้านั้น สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึง คือ ราคาซึ่งถือเป็นข้อพิจรณาที่สำคัญและควรคำนึงถึงอยู่เสมอว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพดี

สามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ตลอดอายุการใช้งานสั้นก็ได้ การจะดุว่าเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นกินไฟมากน้อยเพียงใดสามารถดูได้จาก

แผ่นป้ายที่บอกไว้ที่ตัวเครื่องว่ากินไฟกี่วัตต์ถ้าจำนวนวัตต์ยิ่งมากก็จะเสียค่าไฟฟ้ามายิ่งขึ้นไปด้วย
การซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าคุณภาพดี สามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ตลอดอายุการใช้งาน ดังนั้นเราควรเลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าได้ตลอดอายุการใช้งาน ดังนั้นเราควรเลือกอุปกรณ์

ไฟฟ้าที่มีความปลอดภัยและเชื่อถือได้ในคุณภาพ ป่านการรับรองคุณภาพของสินค้าจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนอกจากนี้การติดตั้งและบำรุงรักษา

ก็จ้องมีการศึกษาจากคู่มือของเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดนั้นๆควรมีระบบการติดตั้งที่ไม่ยุ่ง

ยาก อะไหล่หาง่าย เพื่อให้ผู้ใช้สะดวกไม่ต้องเสียค่าซ่อมบ่อย อายุการใช้งานยาวขึ้น แล้วยังทำให้เกิดการประหยัดไฟฟ้าอีกด้วย

 http://www.cri4.obec.go.th/work_teacher51/songcram/electricedu/know-prayod.htm

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้
1. นักเรียนมีวิธีการประหยัดพลังงานไฟฟ้าอย่างไร

#1 By 1234 (61.19.66.77) on 2012-01-04 10:12

2. การใช้เตารีดให้ประหยัด ไฟฟ้า มีวิธีการอย่างไร

#2 By 1234 (61.19.66.77) on 2012-01-04 10:17

3. เทคนิคการประหยัดไฟฟ้าแสงสว่างให้ได้ผล มีวิธีการอย่างไร

#3 By 1234 (61.19.66.77) on 2012-01-04 10:20