วิธีการประหยัดพลังงานไฟฟ้า และเทคนิคต่างๆในการประหยัดพลังงานไฟฟ้า

        ปัจจุบันความต้องการใช้ไฟฟ้ามีมากขึ้น ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติมี่มีจำกัดและไม่สามารถทดแทนได้ ลดลงอย่างรวดเร็ว เช่น น้ำ ถ่านหินและก๊าซธรรมชาติที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงต้มน้ำให้เกิดพลังงานไดน้ำไปหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและการเผาไหม้เชื้อเพลิงเหล่า

นี้มากๆ อาจก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจกหรือมลพิษในอากาศอีกด้วยส่วนไฟฟ้าที่ได้จากพลังน้ำไปหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้ามักจะเกิดปัญหาเนื่องจากการสร้างเขื่อนเพื่อกักเก็บน้ำทำให้ต้องเสียพื้นที่ป่าไม้บางส่วนซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตต่างๆวิธีที่ดีที่สุดคือการประหยัดไฟฟ้าและใช้เท่าที่จำเป็น นอกจากจะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายแล้งยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

วิธีการประหยัดไฟฟ้ามีหลายวิธี

1.  ใช้ไฟฟ้าเท่าที่จำเป็นและปิดทันที่เมื่อเลิกใช้

2.  เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าให้มีขนาดเหมาะกับความต้องการใช้โดยสังเกตจากตัวเลขแสดงจำนวนวัตต์ ( w )

3.  อย่าเปิดตู้เย็นทิ้งไว้หรือเปิดปิดบ่อย ๆ และไม่ควรแช่ของมากจนแน่น

4.  เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5

5.  เลือกหลอดไฟฟ้าแบบประหยัดไฟ เช่น ใช้หลอดผอม หรือหลอดตะเกียบ แทนหลอดไส้

6.  ควรรีดผ้าที่ละมากๆ ไม่ควรพรมน้ำมากเกินไป และควรดึงปลั๊กออกก่อนรีดเสร็จ 3 – 5 นาที

วิธีใช้ไฟฟ้าให้ประหยัด

ทีวี วิทยุ

- ปิดเครื่องทุกครั้งเมื่อไม่มีคนดู
- ควรถอดปลั๊กให้เรียบร้อยหลังจากใช้งาน โดยเฉพาะโทรทัศน์ไม่ควรปิดด้วยรีโมทคอนโทรเท่านั้น

- เพราะการปิดเครื่องด้วยรีโมทนั้น กระแสไฟฟ้ายังคงไหลอยู่ตลอดเวลา

โคมไฟ

- ควรถอดปลั๊กเมื่อไม่ใช้เป็นเวลานาน
- ควรเลือกใช้ โคมไฟแบบสะท้อนแสง แทนแบบเดิมที่ใช้พลาสติกปิด เพราะจะทำให้ได้แสงสว่างมากขึ้น
- ควรใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์ หรือหลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์ แทนหลอดไส้ เพราะจะประหยัด

เตารีด

- ตั้งปุ่มปรับความร้อนไห้เหมาะสมกับชนิดของผ้า
- อย่าพรมน้ำจนเปียกแฉะ
- ดึงเต้าเสียบออกก่อนรีดเสร็จประมาณ 2- 3 นาที แล้วรีดต่อไปจนเสร็จ
- ควรรีดผ้าคราวละมากๆ ติดต่อกันจนสร็จ
- ควรรีดผ้าบางๆ ก่อน ขณะเตารีดยังไม่ร้อน
- ถอดปลั๊กเมื่อเลิกใช้งาน

พัดลม

- เปิดระดับความเร็วของพัดลมพอสมควร
- ในกรณีที่ไม่จำเป็นต้องเปิดพัดลม อาจจะเปิดหน้าต่างใช้ลมธรรมชาติแทนถ้าทำได้

เครื่องดูดฝุ่น

- เครื่องดูดฝุ่นไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน(หลายชั่วโมง)เพราะเครื่องจะร้อน อาจเกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจร

- และเกิดการลุกไหม้ขึ้นได้
- หมั่นเทฝุ่นในถุงกรองทิ้งทุกครั้งที่ใช้เสร็จแล้ว เพราะจะช่วยให้เครื่องทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและไม่เปลืองไฟ

ตู้เย็น ตู้แช่

- เลือกขนาดให้พอเหมาะกับความต้องการของครอบครัว
- ควรเลือกตู้เย็นแบบประตูเดียว เพราะกินไฟน้อยกว่าแบบสองประตู
- ควรวางตู้เย็นให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก
- ตั้งสวิตช์ควบคุมอุณหภูมิไห้เหมาะกับจำนวนของที่ใส่
- อย่าเปิดตู้เย็นทิ้งไว้นานๆ และอย่านำของร้อนมาแช่
- หมั่นละลายน้ำแข็งเมื่อเห็นว่าน้ำแข็งเกาะหนามาก

หม้อหุงฟ้า

- ควรหุงข้าวให้พอดีกับจำนวนผู้รับประทาน
- ควรดึงเต้าเสียบออกเมื่อข้าวสุกแล้ว
- อย่าทำให้ก้นหม้อเกิดรอยบุบ จะทำให้ข้าวสกช้า
- หมั่นตรวจบริเวณแท่นความร้อนในหม้อ อย่าทำให้เม็ดข้าวเกาะติด จะทำให้ความสุกช้าและเปลืองไฟ
- ใช้ขนาดที่เหมาะสมกับจำนวนสมาชิกในครอบครัว

เตาอบ เตาไฟฟ้า

- ควรเตรียมเครื่องปรุงในการประกอบอาหารไห้พร้อมก่อนใช้เตา
- ควรใช้ภาชนะหุงต้มก้นแบน และเป็นโลหะจะทำให้รับความร้อนจากเตาได้ดี
- ในการหุงต้มอาหาร ควรใส่น้ำให้พอดีกับจำนวนอาหาร
- ในระหว่างอบอาหารอย่าเปิดตู้อบบ่อยๆ
- ถอดเต้าเสียบ ทันทีเมื่อปรุงอาหารเสร็จเรียบร้อย ควรหรี่ไฟและปิดฝาหม้อในกรณีที่ต้องการเคี่ยวให้น้ำข้นขึ้น

เครื่องซักผ้า

- จำนวนที่จะใส่ในเครื่อง ควรใส่แต่พอเหมาะ ไม่น้อยเกินไป และไม่มากจนเกินกำลังของเครื่อง
- โดยปกติแล้วควรใช้น้ำเย็นในการซักผ้า ส่วนน้ำร้อนไห้ใช้เฉพาะกรณีที่เสื้อผ้ามีรอยเปื้อนไขมันมาก
- ควรตั้งโปรแกรมซักตามชนิดของผ้า และตามดำแนะนำของเครื่อง

 เครื่องทำน้ำอุ่น

- ควรปรับระดับความร้อนของน้ำให้เหมาะสมกับร่างกาย
- หากมีรอยรั่วควรรีบทำการแก้ไขทันที
- ปิดสวิตช์ไฟฟ้าของเครื่องทำน้ำอุ่นเมื่อไม่ใช้
- ต่อสายลงดินในจุดที่จัดไว้ให้ของเครื่องทำน้ำอุ่นเพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วไหล
- ต้องติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่วสำหรับเครื่องทำน้ำอุ่น

เครื่องปรับอากาศ
- ปิดเครื่องทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้งาน
- ปิดประตูหน้าต่างให้สนิทและติดตั้งผ้าม่านเพื่อป้องกันความร้อนจากภายนอก
- อุณหภูมิที่เหมาะสมและไม่กินไฟ ควรอยุ่ที่ประมาณ 25 องศา
- ควรเลือกขนาดของเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมกับขนาดของห้องที่จะติดตั้ง
- ควรติดตั้งเครื่องให้อยู่ในระดับที่สูงพอเหมาะและให้อากาศร้อนระบายด้านหลังของเครื่องได้สะดวก
- ควรบำรุงรักษาเครื่องให้มีสภาพตลอดเวลา ควรหมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศและแผงระบายความร้อน

เทคนิคการใช้ไฟฟ้า

เทคนิคการประหยัดไฟฟ้าแสงสว่างให้ได้ผล

•  ปิดสวิตซ ์เมื่อไม่ใช้งานเมื่อไรก็ตามที่ออกจากห้องต้องแน่ใจว่าดับไฟเรียบร้อยแล้ว ถึงแม้ว่าจะเป็นเวลาสั้นๆก็ตาม
- เปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟ เมื่อต้องการจะเปลี่ยนหลอดไฟใหม่

•  ควรใช้หลอดผอมหรือหลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์
- ใช้แสงสว่างเท่าที่จำเป ควรใช้หลอดไฟที่มีจำนวนวัตต์น้อยๆก่อนเพื่อดูว่าแสงสว่างนั้นเพียงพอหรือไม่

•  โดยการให้ทดลองใช้ วิธีนี้สำหรับทางเดินในบ้าน ชั้นล่างตึก ห้องที่ไม่ต้องใช้สายตามากนัก

•  หรือในกรณีที่จำเป็นเปิดไฟในบ้านหรือห้องนอนไว้ทั้งคืนควร

•  ใช้หลอดไฟวัตต์ต่ำๆที่มีขาเสียบเป็นชุดสำเร็จรูป ซึ่งเสียบเข้ากับเต้ารับเปิดแทนหลอดไฟเดิมจะทำให้ประหยัดค่าไฟฟ้าได้มากขึ้น
- ใช้โคมไฟตั้งโต๊ะในจุดที่ต้องการใช้แสงสว่างเฉพาะแห่ง เช่น อ่านหนังสือ

•  เย็บปักถักร้อยจะประหยัดกว่าการต้องเปิดไฟทั้งห้องทั้งๆที่ต้องการใช้แสงสว่างเพียงจุดเดียว
- การเลือกใช้โคมไฟฟ้าประสิทธิภาพส เป็่นทางเลือกหนึ่งที่ควรคำนึงถึงเพราะอาคารสำนักงาน

•  หรือบ้านที่อยู่อาศัยที่ยังใช้โคมไฟชนิดที่มีประสิทธิภาพต่ำ สะท้อนแสงได้น้อยต้องใช้หลอดไฟตั้งแต่ 2-3 หลอด ถ้าเปลี่ยนมาใช้โคมไฟชนิดที่มีประสิทธิภาพสูง

•  ซึ่งมีแผ่นสะท้อนแสง ทำด้วยอลูมิเนียมขัดเงาหรือเคลือบโลหะเงินเข้าไปในหลอดไฟจะสามารถลดจำนวนหลอดไฟลดลงได้จากเดิม 2 หลอด เหลือเพียง 1 หลอด

•  และจากเดิม 3 หลอด เหลือเพียง 2 หลอด โดยแสงสว่างจะยังคงเท่าเดิมจึงช่วยประหยัดไฟฟ้าได้อีกทางหนึ่ง
- สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยคือ ความสะอาดหลอดไฟ

•  และโคมไฟอยุ่เสมอเพราะฝุ่นละอองที่เกาะหลอดไฟจะทำให้แสงสว่างลดน้อยลง ซึ่งอาจเป็นเหตุให้ต้องปิดไฟหลายๆดวงเพื่อให้แสงสว่างเท่าเดิม
- หลีกเลี่ยงการทาสีผนังและเพดานห้องด้วยสีทึบแสง เนื่องจากสีผนังและเพดานห้องที่ทาด้วยสีอ่อนจะช่วยสะท้อนแสง และจะช่วยลดจำนวนหลอดไฟลงได้