การประหยัดไฟฟ้า

posted on 29 Nov 2009 14:24 by junjira2009  in knowlege

การประหยัดไฟฟ้า

           พลังงานไฟฟ้า เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิตและการประกอบกิจการต่างๆ การผลิตพลังงานไฟฟ้าให้พอเพียงกับความต้องการใช้จึงเป็นสิ่งจำเป็น ในแต่ละปีประเทศไทยได้สูญเสียเงินตราต่างประเทศเป็นจำนวนมากในการจัดหาเชื้อเพลิงและพลังงานมาทำการ ผลิตพลังงานไฟฟ้า แม้ว่าความพยายามในการลดสัดส่วนการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศจะประสบความสำเร็จ แต่ก็ยังมีสัดส่วนที่สูงอยู่ ดังนั้นการประหยัดพลังงานจึงยังคงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นที่ทุกฝ่ายควรให้ความร่วมมืออย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นกิจการธุรกิจระดับต่างๆหรือผู้ใช้ไฟฟ้าตามบ้านเรือนทั่วไป

              สำหรับการใช้ไฟฟ้าในบ้านอยู่อาศัยนั้น ส่วนใหญ่จะใช้เพื่ออำนวยความสะดวกต่างๆในชีวิตประจำวัน ซึ่งจากการประเมินศักยภาพในการประหยัดไฟฟ้าปรากฏว่าในส่วนของบ้านอยู่อาศัยเป็นส่วนที่มีโอกาสลดค่าใช้จ่าย ในการใช้ไฟฟ้าลงได้อีกมากเพราะในปัจจุบัน มีการใช้ไฟฟ้าอย่างสิ้นเปลืองในครัวเรือนโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เนื่องจากขาดความรู้และไม่ทราบถึงวิธีการที่จะประหยัดการใช้

ไฟฟ้าใช้ให้คุ้มค่า

             - พลังงานเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่จำเป็นต่อชีวิตมีผลต่อความเป็นอยู่ตั้งแต่ระดับครอบครัวไปจนถึงระดับประเทศและทั่วโลก

            - สำหรับประเทศไทย แม้ว่าเราจะสามารถพัฒนาทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศไทย เช่น พลังน้ำ ถ่านลิกไนต์ ก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งน้ำมันดิบ แต่ก็ยังต้องพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ

          - ไฟฟ้ามาจากน้ำและเชื้อเพลิงซึ่งได้แก่ ถ่านลิกไนต์ ก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งนับวันเชื้อเพลิงต่างๆ เหล่านั้นยิ่งหาได้ยากและราคาสูงขึ้น อีกทั้งมีระยะเวลาการใช้งานที่จำกัด

           - การประหยัดไฟฟ้าไม่ใช่เป็นเรื่องยาก เพียงแต่ขอให้มีความตั้งใจจริงบวกกับความอดทนบ้างเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อเกิดความเคยชินในการปฏิบัติก็จะเป็นการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้แก่ครอบครัวรวมทั้งยังเกิดประโยชน์ต่อ ส่วนรวมอีกด้วย

เบื้องต้นของการประหยัด

1. ค่าใช้จ่ายในการใช้งาน
ค่าใช้จ่ายของเครื่องไฟฟ้าก็คือ ค่าไฟฟ้าที่นำมาใช้กับเครื่องนั้นๆ ซึ่งหมายถึง เครื่องใช้เหล่านั้นกินไฟมากน้อยเพียงใดนั่นเอง ปกติจะมีแผ่นป้ายบอกไว้ที่ตัวเครื่องว่ากินไฟกี่วัตต์ จำนวนวัตต์มากก็ย่อมจะเสียค่าไฟฟ้ามากนั่นเอง นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับระยะเวลาของการใช้งานในแต่ละเดือนอีกด้วย

2. ความปลอดภัยและความไว้วางใจ
ไฟฟ้ามีอันตรายถ้าใช้ไม่ถูกวิธี จึงควรเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการออกแบบที่ดีและเป็นที่ไว้วางใจได้ ซึ่งในกรณีนี้หากไม่มีความรู้เกี่ยวกับไฟฟ้า ก็ควรปรึกษากับช่างหรือผู้ชำนาญการเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นๆก่อน เพื่อความรอบคอบ

3. ราคา
ราคาของเครื่องใช้ไฟฟ้าก็เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาให้ดี เพราะการเลือกซื้อของราคาถูกบางครั้งก็ไม่เป็นการประหยัดนัก เพราะอาจจะได้ของคุณภาพต่ำทางที่ดีจึงควรปรึกษาผู้รู้หรือใช้ความสังเกตอย่างง่ายๆ คือ ถ้าสินค้าคุณภาพเหมือนกัน ก็ควรเลือกซื้อยี่ห้อที่ราคาต่ำกว่า

4. ค่าติดตั้งและบำรุงรักษา
นอกจากนี้การซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ายังต้องพิจารณาถึงค่าติดตั้งและค่าบำรุงรักษาเครื่องด้วย หากซื้อมาแล้วถ้าต้องมาเดินสายไฟใหม่ ต้องทุบหรือรื้อผนังทิ้ง หรือต้องดัดแปลงตกแต่งบ้านใหม่
 

การใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด

                แม้ว่าการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถูกต้องจะช่วยประหยัดไฟฟ้า แต่ในขณะเดียวกันวิธีการหรือลักษณะการใช้ก็จะเป็นไปอย่างถูกต้อง เหมาะสมด้วยจึงจะเป็นการประหยัดอย่างแท้จริง เนื่องจากเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดย่อมจะมีลักษณะการใช้ที่แตกต่างกันออกไป

การใช้เตาไฟฟ้าและเตาอบ

-  ควรเตรียมเครื่องประกอบอาหารให้พร้อมรวมทั้งจัดลำดับการปรุงอาหาร 
-  ไม่ควรเปิดเตาไฟฟ้ารอไว้นานเกินไป 
-  ใช้ภาชนะประกอบอาหารให้เหมาะสม
     * ภาชนะ่ควรมีก้นแบนราบ จะได้สัมผัสความ ร้อนได้ทั่วถึง
     * ภาชนะไม่ควรมีขนาดเล็กกว่าเตาจะสูญเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์
     * ภาชนะควรมีฝาครอบปิด ขณะหุงจะช่วยให้อาหารสุกเร็วขึ้น
-  ปิดสวิตซ์เตาไฟฟ้าก่อนเสร็จสิ้นการทำอาหารดึงปลั๊กออกทันที เมื่อเลิกใช้
-  ควรเตรียมอาหารที่จะอบหลายๆ อย่างให้พร้อมพันในเวลาเดียวกัน
-  อย่าเปิดเตาอบบ่อยๆ เพราะการเปิดประตูแต่ละครั้งจะสูญเสียพลังงานประมาณร้อยละ 20
 

การใช้หม้อหุงข้าวไฟฟ้าอัตโนมัติ

 

-  เลือกใช้ขนาดที่เหมาะสมกับครอบครัว  
-  ไม่ควรใช้เวลาในการอุ่นข้าวนานเกินไป  

-  ถอดปลั๊กออกทันทีที่เลิกใช้งาน
 

การใช้กระติกน้ำร้อนหรือกาต้มน้ำร้อนไฟฟ้า

 

-  ใส่น้ำให้พอเหมาะ และถ้าต้มน้ำต่อเนื่องควรมีน้ำบรรจุอยู่เสมอ 
-  เมื่อเลิกใช้ควร ถอดปลั๊กทันทีโดยเฉพาะ
        * เมื่อน้ำเดือด
        * เมื่อไม่มีคนอยู่


การใช้ตู้เย็น

 

 -ใช้ขนาดที่เหมาะสมกับครอบครัว เช่นครอบครัวขนาด 3-4 ควรใช้ตู้เย็นขนาด 4.5-6 คิว 
- ควรตั้งให้ห่างจากฝาผนังไม่น้อยกว่า 15 ซม. และมีอากาศถ่ายเท่ได้ดี ไม่ควรติดตั้งตู้เย็นใกล้กับแหล่งกำเนิดความร้อนใดๆ หรือถูกแสงอาทิตโดยตรง 

 -ตั้งสวิตช์ควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสม เพราะถ้าตั้งอุณหภูมิยิ่งเย็นมาก ก็ยิ่งสิ้นเปลืองไฟฟ้ามาก
 -อย่าเปิดตู้เย็นบ่อย หรือเปิดไว้นานๆ 

 -อย่านำของที่ยังมีความร้อนเข้าไปแช่ 

การใช้เตารีดไฟฟ้า

 

-  ควรตั้งอุณหภูมิ (ความร้อน)ให้เหมาะสมกับชนิดผ้าและแบ่งผ้าชนิดเดียวกันไว้ด้วยกันเพื่อหลีกเลี่ยงการปรับเปลี่ยนอุณหภูมิบ่อยครั้ง 
 - รีดผ้าจากผ้าบางไปผ้าหน้าจะสินเปลืองพลังงานไฟฟ้าน้อย 
 - ควรรวบรวมผ้าไว้รีดคราวละมาก ๆ และพรมน้ำให้หมดทุกตัวก่อนจะรีดผ้า 
 - อย่าพรมน้ำจนเปียก เพราะจะทำให้ต้องรีดผ้านานกว่าเดิม สิ้นเปลืองไฟฟ้า 
 - ก่อนรีดผ้าเสร็จควรควรดึงปลั๊กก่อน เนื่องจสกยังมีความร้อนเหลืออยู่พอที่จะรีดต่อได้ 
 - เวลาตากผ้าควรจัดรูปทรงผ้าและดึงผ้าให้ตึงเพื่อให้เสื้อผ้ายับน้อยที่สุด จะทำให้รัฃีดง่าย และประหยัดไฟฟ้า 
 - ตรวดูหน้า(สัทผัส) เตารีด ถ้ามีคราบสกปรก ให้ใช้ฟองน้ำชุบนำยาทำความสะอาด เพราะคราบสกปรกจะทำให้ต้องใช้ความร้อนมากขึ้น


การใช้เครื่องซักผ้า

 

 -  แช่ผ้าก่อนเข้าเครื่อง ทำให้ง่ายต่อการซัก 
 -  ผ้าที่ซักให้เป็นไปตามพิกัดของเครื่อง อย่าใส่ผ้าเกินกำลังของเครื่องหรือซักจำนวนน้อยเกินไป 
 -  ไม่ควรใช้เครื่องซักผ้าแบบที่มีเครื่องอบแห้งด้วยไฟฟ้าในตัว เพราะสินเปลือบงไฟฟ้ามาก ควรตากผ้ากับแสงแดด หรือในที่ลมโกรก


การใช้เครื่องทำน้ำอุ่น

- ไม่ควรเปิดเครื่องตลอดเวลาโดยเฉพาะเวลาถูสบู่ 
-  ปิดวาล์วน้ำและสวิตช์ทันทีเมื่อเลิกใช้งาน


การใช้เครื่องเปาผม

 -  เช็ดผมให้แห้งทุกครั้งก่อนเป่าผมทุกครั้ง ใช้เครื่องเป่าผม สำหรับแต่งทรงผมไม่ควรใช้ทำให้ผมแห้ง เพราะต้องเป่านานเปลืองไฟ 
 -  หลีกเลี่ยงการเป่าผมในห้องที่มีการปรับอากาศ


การใช้โทรทัศน์ วิทยุ

 - ไม่ควรเสียบปลั๊กทิ้งไว้ ถ้าเสียบปลั๊กทิ้งไว้จะใช้ไฟฟ้าตลอดเวลา ปิดเมื่อไม่มีคนดู 
-  ควรตั้งเวลาปิดโทรทัศน์ โดยอัตโนมัติ สำหรับเครื่องที่มีระบบตั้งเวลาปิดเพราะจะช่วยประหยัดไฟสำหรับผู้ที่มักนอนหลับหน้าโทรทัศน์ หรือลืมปิดเครื่อง 
-  ไม่ควรปรับจอโทรทัศน์ให้สว่างเกินไป และอย่าเปิดโทรทัศน์ให้เสียงดังเกินความจำเป็นเพราะเปลืองไฟ และทำให้อายุเครื่องสั้นลงด้วย


การใช้หลอดแสงสว่าง

  -  ปิดไฟเมื่อไม่มีการใช้แสงสว่างในห้อง 
  - ใช้แสงสว่างจากธรรมชาติให้มากที่สุด จัดตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ไม่ให้บังช่องแสง 
  - ถอดหลอดไฟออกครึ่งหนึ่งในบริเวณที่มีความต้องการใช้แสงสว่างน้อย 
  - ควรตั้งโคมไฟที่โต๊ะทำงาน หรือติดตั้งไฟเฉพาะจุดแทนการเปิดไฟทั้งห้อง เพื่อทำงาน 
  - หมั่นทำความสะอาดหลอดไฟ เพื่อเพิ่มแสงสว่าง โดยทำความสะอาดอย่างน้อย 4 ครั้งต่อปี


การใช้เครื่องปรับอากาศ

               กว่าร้อยละ 50 ของพลังงานที่ใช้ในบ้าน ใช้สำหรับการทำงานของเครื่องปรับอากาศ แนวทางในการลดการรั่วไหลจากการใช้เครื่องปรับอากาศ มีดังนี้

- ปิดเครื่องปรับอากาศทุกครั้งที่จะไม่อยู่ในห้อง เกิร 1 ชั่วโมงสำหรับเครื่องปรับอากาศทั่วไปและ 30 นาที สำหรับเครื่องปรับอากาศเบอร์ 5 
-  หมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศของเครื่องปรับอากาศอยู่บ่อย เพื่อลดการเปลืองไฟในการทำงานของเครื่องปรับอากาศ
-  ตั้งภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 25 องศาเซลเซียลซึ่งเป็น ณหภูมิที่กำลังสบาย อุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1 องศา ต้องใช้พลังงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 5-10 
-  ตรวจสอบ และอุดรอยรั่วตามผนัง ฝ้าเพดาน ประตู ช่องแสง ของห้องที่มีการปรับอากาศ 
-  ปิดประตูห้องทุกครั้งที่เปิดเครื่องปรับอากาศ 
-  ลดและหลีกเลี่ยงการเก็บเอกสารหรือวัสดุที่ไม่จำเป็นต้องใช้งานในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ 
-  ติดตั้งฉนวน ม่านหรือมูลี่ หรือกันสาดป้องกันแสงแดด ในห้องที่มีการปรับอากาศ 
-  หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการถ่ายเทความร้อนในห้องมี่มีการปรับอากาศ 
-  ไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศก่อนเวลาเรื่มงาน แต่ควรปิดเครื่องปรับอากาศก่อนเวลาเลิกงานเล็กน้อย 
-  หากอากาศไม่ร้อนจนเกินไป ควรเปิดพัดลมแทนเครื่องปรับอากาศ

 

http://warunee.chs.ac.th/page_u2/20.html

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet